เสื้อเชิ้ตผู้ชาย เป็นอีกหนึ่งไอเท็ม ที่หนุ่มๆ ควรมีติดตู้เสื้อผ้าไว้ เพราะสามารถหยิบจับมาสวมใส่ ได้ทั้งในวันทำงาน และในวันไปเที่ยวชิลๆ หรือแม้แต่ไปออกงาน เพียงแค่แมตช์กับกางเกงให้เหมาะสมเท่านั้น ก็จะได้ลุคที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ลุคทางการจนถึงลุคสบายๆ ได้เลย

เสื้อเชิ้ตผู้ชาย มีทั้งหมดกี่แบบ?

1. แบบ Slim Fit ทรงเข้ารูป พอดีตัว ทรงนี้จะให้ลุคที่ดูภูมิฐาน และสมาร์ท เหมาะกับหนุ่มๆ ที่หุ่นดี หุ่นเป๊ะ

2. แบบ Regular Fit ทรงมาตรฐาน ทรงนี้จะไม่พอดีเกินไป และไม่หลวมเกินไป เหมาะกับหนุ่มๆ ที่หุ่นดี หรือหุ่นอวบก็ใส่ได้

3. แบบ Loose Fit ทรงหลวม โอเวอร์ไซส์ เหมาะหุ่นของหนุ่มๆ ทุกแบบ จะใส่เพื่อปกปิดหุ่น จะใส่ให้ดูเซอร์ๆ ก็ได้ทั้งนั้น ยิ่งเอามาแมตช์กับกางเกงทรงสกินนี่ ก็ยิ่งทำให้ดูดีมากๆ เลย

4. แบบ Casual เป็นเสื้อเชิ้ตแบบลำลอง มักจะมีลวดลาย หรือสีสันที่โดดเด่น ดูสะดุดตา จึงเหมาะกับความไม่เป็นทางการ มากกว่าใส่ไปงานทางการ

5. แบบ Madarin Collar เป็นเสื้อเชิ้ตแบบคอจีน หรือเสื้อเชิ้ตแบบไม่มีปก เหมาะกับงานไม่ทางการ ไม่ต้องใส่สูท ผูกเน็กไทด์

ควรเลือกซื้อเสื้อเชิ้ตผู้ชายยังไง ให้ออกมาดูดีมีสไตล์?

1. พิจารณาจากช่วงลำตัวของเสื้อ ให้มีความพอดีกับรูปร่าง โดยให้มีความกว้าง กว่าบริเวณลำตัวเล็กน้อย เมื่อลองนั่งแล้ว ช่วงลำตัวไม่รู้สึกดึงรั้งมากเกินไป

2. พิจารณาจากช่วงรอยต่อของเสื้อ ให้อยู่ตรงบริเวณหัวไหล่พอดี ไม่ไหล่ตก เมื่อลองนั่งแล้ว ช่วงไหล่ไม่รู้สึกตึง

3. พิจารณาจากความยาวของเสื้อ ให้ความยาวพอดีกับช่วงลำตัว ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเกินไป

4. พิจารณาจากคอเสื้อ โดยวัดขนาดรอบคอ บริเวณใต้ลูกกระเดือก แล้วบวกเพิ่มอีก 0.5 นิ้ว ก็จะได้ขนาดของคอเสื้อที่เหมาะสม โดยหากมีใบหน้ากลม ให้เลือกเสื้อเชิ้ต แบบปกแคบ เพราะจะทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น แต่หากมีใบหน้ายาว ให้เลือกเสื้อเชิ้ต แบบปกกว้าง เพราะจะทำให้ใบหน้าดูแคบ และเล็กลง

5. พิจารณาจากความยาวของแขนเสื้อ คือปลายข้อมือของแขนเสื้อ ควรจะตรงกับปลายข้อมือของผู้สวมใส่

6. พิจารณาจากเรื่องอื่นๆ เช่น ข้อมือของแขนเสื้อ ที่ไม่ควรจะคับ หรือหลวมจนเกินไป และกระเป๋าของเสื้อเชิ้ต ว่าควรเลือกแบบที่มี หรือแบบที่ไม่มีกระเป๋า หากเลือกแบบมีกระเป๋า ก็ควรเลือกให้กระเป๋าเสื้อ อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม